วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

"การดูถูกที่มีเหตุผล" ถือเป็นเสรีภาพหรือไม่?

เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น: "การดูถูกที่มีเหตุผล" ถือเป็นเสรีภาพหรือไม่?ประโยคที่ว่า "สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ถึงแม้จะเป็นการดูถูกแต่มีเหตุผล มันก็ไม่เป็นไร เป็นเสรีภาพ" เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่หากมองตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลและหลักกฎหมาย

 ประโยคนี้อาจไม่ถูกต้องทั้งหมดครับนี่คือเหตุผลว่าทำไมสังคมและกฎหมายจึงต้องมีเส้นแบ่งระหว่าง "การวิจารณ์" และ "การดูถูก"

1. เสรีภาพในการแสดงออก "ไม่ใช่เสรีภาพที่ไร้ขอบเขต" (Not Absolute Right)ตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่ สิทธินี้ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิและชื่อเสียงของผู้อื่น มีคำกล่าวคลาสสิกที่ว่า

 "เสรีภาพในการแกว่งหมัดของคุณ สิ้นสุดลงตรงที่ปลายจมูกของคนอื่น" การแสดงความคิดเห็นที่มีลักษณะด่าทอ ดูถูก หรือเหยียดหยาม แม้ผู้พูดจะเชื่อว่าตนเอง "มีเหตุผล" แต่มันคือการแกว่งหมัดไปโดนสิทธิขั้นพื้นฐานว่าด้วย "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของอีกฝ่าย

2. แยกให้ออกระหว่าง "การวิจารณ์" กับ "การดูถูก"ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้ครับ:การวิจารณ์ (Criticism): มุ่งเน้นไปที่ การกระทำ, ผลงาน, หรือแนวคิด (Focus on action/idea) เช่น "แนวคิดนี้ของคุณใช้ไม่ได้เพราะ..." หรือ "คุณทำงานผิดพลาดตรงนี้ เพราะ..." สิ่งนี้ทำได้เต็มที่ภายใต้เสรีภาพ และสามารถใช้เหตุผลประกอบการวิจารณ์ได้อย่างรุนแรงและตรงไปตรงมาการดูถูก

 (Insult/Defamation): มุ่งเน้นไปที่การลดทอน คุณค่าความเป็นคน ของบุคคลนั้น

 (Focus on the person) เช่น "คุณมันโง่ สมองทึบ ถึงคิดได้แค่นี้" 

แม้ในกรณีที่ 2 ผู้พูดจะมี "เหตุผล" มารองรับว่าทำไมถึงด่าว่าโง่ แต่วิธีการที่เลือกใช้คือการดูถูก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะและเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

3. "เหตุผล" เป็นเรื่องอัตวิสัย (Subjective)สิ่งที่เราคิดว่าเป็น "เหตุผลที่ชอบธรรมในการดูถูกคนอื่น" อาจเป็นเพียงอคติหรือมุมมองส่วนตัวของเราเท่านั้น 

หากสังคมยอมรับว่า "การดูถูกทำได้ถ้ามีเหตุผล" สังคมจะตกอยู่ในความวุ่นวาย เพราะทุกคนจะอ้างเหตุผลส่วนตัวในการด่าทอกันได้อย่างชอบธรรม

4. มุมมองทางกฎหมายในทางกฎหมาย (รวมถึงกฎหมายไทย) 

มีความผิดฐาน "ดูหมิ่น" และ "หมิ่นประมาท" * การดูหมิ่น: คือการด่าทอ เหยียดหยาม ลดคุณค่า (แม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม)การหมิ่นประมาท: คือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังกฎหมายมีข้อยกเว้นให้คือ "การติชมด้วยความเป็นธรรม" (Fair Comment)

 โดยเฉพาะกับบุคคลสาธารณะ แต่ต้องเป็นการติชมที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ของสังคม ไม่ใช่การใช้คำผรุสวาทหรือการดูถูกด่าทอเพื่อความสะใจ

บทสรุปเรามี "เสรีภาพในการวิจารณ์ด้วยเหตุผล" อย่างเต็มที่ แต่ "เสรีภาพในการดูถูกเหยียดหยาม" นั้นไม่มีอยู่จริงในหลักสิทธิมนุษยชนสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและเจริญแล้ว สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว 

หรือแม้แต่ตักเตือนกันอย่างรุนแรงและตรงไปตรงมาได้ โดยใช้ "ข้อเท็จจริงและเหตุผล" ฟาดฟันกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ "การดูถูก" เพื่อลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของกันและกันครับ