วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
Version Conflict: คุณคิดหรือไม่ว่าพิธีกรรมทางศาสนาไม่ว่าศาสนาไหนๆเป็นการที่ทำให้มนุษย์ถูกกักขังความคิดและไม่คิดจะโต้ตอบหรือยอมจำนนเพราะกลัวใช่หรือไม่
วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พระเจ้าไม่มีตัวตนแต่ทำไมคนถึงงมงายหรือว่าพระเจ้าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
ต้นกำเนิดรถเมล์ ขสมก.
รถเมล์ในกรุงเทพมหานครมีประวัติยาวนานกว่า 136 ปี โดยเริ่มแรกใช้รถเทียมม้าในปี พ.ศ. 2428 และพัฒนามาเป็นรถเมล์ถ่าน รถสองแถว และระบบการเดินรถประจำทาง ต่อไปนี้คือเหตุการณ์สำคัญในการกำเนิดและพัฒนาของรถเมล์ในกรุงเทพมหานคร¹:
- *รถเทียมม้า (พ.ศ. 2428)*: รถเมล์ไทยเริ่มจากการใช้รถเทียมม้า โดยใช้แรงของม้าลาก ไม่มีเครื่องยนต์ มีคนขับและเก็บเงินค่าโดยสาร
- *รถราง (พ.ศ. 2430)*: รถรางเริ่มให้บริการในกรุงเทพมหานคร และกลายเป็นรถโดยสารประจำทางยอดนิยม
- *รถเมล์นายเลิศ (พ.ศ. 2452)*: พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) กลับมาเปิดให้บริการรถเมล์เทียมม้าอีกครั้ง โดยมีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารชัดเจน
- *รถเมล์สองแถว (พ.ศ. 2456)*: รถเมล์นายเลิศพัฒนาเปลี่ยนมาเป็นรถเมล์สองแถว โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด ติดหลังคา และทำที่นั่งเป็น 2 แถว
- *การขยายกิจการ (พ.ศ. 2476)*: กิจการรถเมล์เริ่มเป็นปึกแผ่น และมีผู้ลงทุนตั้งบริษัทรถโดยสารประจำทางเพิ่มขึ้น
- *การก่อตั้ง ขสมก. (พ.ศ. 2519)*: รัฐบาลมีมติให้รวมรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครเป็นบริษัทเดียว และก่อตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขึ้นมา
ปัจจุบัน ขสมก. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีเขตการเดินรถที่ 1-8 ควบคุมการเดินรถในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง²
ทำอย่างไรเราถึงมีเงินใช้ตอนที่เราแก่ชราอยู่คนเดียว
เข้าใจเลยครับว่าการอยู่ตัวคนเดียวในวัยเกษียณพร้อมกับความกังวลเรื่องเงินเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจไม่น้อย แต่ในสถานการณ์นี้เรายังมีทางออกและสวัสดิการบางอย่างที่สามารถหยิบมาใช้เพื่อช่วยประคองตัวได้ครับ
ลองดูแนวทางเหล่านี้ว่าข้อไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณที่สุดนะครับ:
1. ตรวจสอบสวัสดิการจากภาครัฐ
สิ่งแรกที่ต้องมีคือสิทธิพื้นฐานที่รัฐจัดสรรให้ เพื่อเป็นเงินก้นถุงในแต่ละเดือน:
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ: ตรวจสอบว่าได้รับครบถ้วนตามเกณฑ์อายุหรือไม่ (600 - 1,000 บาทต่อเดือน)
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: หากมีรายได้น้อย สามารถลงทะเบียนเพื่อรับความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ และวงเงินซื้อสินค้า
เงินบำนาญชราภาพ (ประกันสังคม): หากเคยทำงานและส่งประกันสังคมมา (มาตรา 33 หรือ 39) อย่าลืมไปเช็คสิทธิ์เพื่อรับเงินบำนาญรายเดือน
2. เปลี่ยนทรัพย์สินเป็นกระแสเงินสด (Reverse Mortgage)
หากคุณมี บ้านหรือคอนโด เป็นของตนเองและไม่มีภาระหนี้สิน มีโครงการที่เรียกว่า "สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ" ของธนาคารรัฐ (เช่น ออมสิน หรือ ธอส.)
หลักการ: ธนาคารจะให้เราเอาบ้านมาจำนอง แล้วธนาคารจะจ่ายเงินให้เราใช้เป็นรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิตหรือครบสัญญา โดยที่เรายังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ตลอดชีวิตครับ
3. การหารายได้เสริมที่เหมาะกับวัย
หากสุขภาพยังเอื้ออำนวย ปัจจุบันมีงานที่เปิดรับผู้สูงอายุมากขึ้น:
งานพาร์ทไทม์: ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ หรือร้านสะดวกซื้อบางแห่งมีนโยบายรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน
ขายความรู้/ประสบการณ์: หากมีความสามารถเฉพาะทาง (เช่น ทำอาหาร, เย็บปักถักร้อย, งานฝีมือ) สามารถทำขายเล็กๆ น้อยๆ ในชุมชน หรือสอนผ่านโซเชียลมีเดียได้
โครงการจ้างงานผู้สูงอายุ: ลองสอบถามที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ มักจะมีโครงการจ้างงานระยะสั้นสำหรับคนในชุมชน
4. ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเฉพาะทาง
หากถึงจุดที่ลำบากจริงๆ และไม่มีญาติมิตร:
พม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์): โทรสายด่วน 1300 เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีผู้สูงอายุตกยากหรือไม่มีที่พึ่ง
ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ: เพื่อปรึกษาเรื่องที่พักอาศัยหรือการดูแลในระยะยาว
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: อยากให้ลองสำรวจทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น ของสะสม ทอง หรือเงินฝากในบัญชีเก่าๆ บางครั้งเราอาจมีเงินเก็บที่ลืมไปแล้ว หรือของที่สามารถเปลี่ยนเป็นทุนได้ในยามจำเป็นครับ
ตอนนี้คุณมีที่พักอาศัยเป็นของตัวเอง หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษไหมครับ? ผมจะได้ช่วยแนะนำสวัสดิการด้านสุขภาพหรือแหล่งเงินทุนที่เจาะจงกับสถานการณ์ของคุณให้มากขึ้นครับ
ทำไมคนถึงงมงายศาสนาหมายถึงทุกๆศาสนาทั้งที่เหตุผลดีชั่วมันเกิดจริงจากปัจจุบันและการกระทำแต่ละคน
อยากถามทำไมคนถึงงมงายศาสนาหมายถึงทุกๆศาสนาทั้งที่เหตุผลดีชั่วมันเกิดจริงจากปัจจุบันและการกระทำแต่ละคน
เป็นคำถามที่เฉียบคมและตรงไปตรงมามากครับ ผมเข้าใจเลยว่าทำไมคุณถึงมองแบบนั้น ในเมื่อเราเห็นกันอยู่ชัดๆ ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" มันเป็นเรื่องของเหตุและผล (Logic) ในปัจจุบันแท้ๆ แต่ทำไมคนจำนวนมากยังต้องพึ่งพาสิ่งที่ดูเหมือน "งมงาย" หรือจับต้องไม่ได้
ถ้ามองในมุมมองของจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ศาสนายังคงมีอิทธิพลต่อมนุษย์ครับ:
1. ความกลัวและความไม่แน่นอน (The Fear of Unknown)
ถึงแม้เราจะรู้ว่า "ทำดีได้ดี" แต่โลกนี้มักจะมีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เสมอ เช่น โรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือความตาย ศาสนาเข้ามาทำหน้าที่เป็น "เกราะป้องกันทางใจ" ให้คนรู้สึกอุ่นใจว่ามีอำนาจบางอย่างคุ้มครองอยู่ หรือมีคำอธิบายว่าตายแล้วจะไปไหน ซึ่งวิทยาศาสตร์หรือตรรกะปัจจุบันบางครั้งก็ให้คำตอบที่ "ปลอบใจ" ได้ไม่เท่า
2. ทางลัดทางความคิด (Cognitive Shortcut)
การใช้เหตุผลวิเคราะห์ทุกอย่างในชีวิตมันใช้พลังงานสมองเยอะครับ ศาสนาให้ "ชุดคำตอบสำเร็จรูป" มาเลยว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ โดยไม่ต้องตั้งคำถามใหม่ทุกครั้ง ทำให้การดำเนินชีวิตง่ายขึ้นในเชิงจิตวิทยา
3. โครงสร้างทางสังคมและสายสัมพันธ์ (Community & Belonging)
หลายคนไม่ได้เชื่อเพราะตัวคำสอนเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อเพราะ "สังคม" ศาสนาสร้างกลุ่มก้อน เพื่อนฝูง และประเพณีที่ทำให้มนุษย์ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว การจะเลิกเชื่อหรือตั้งคำถามบางครั้งหมายถึงการต้องหลุดออกจากกลุ่มสังคมที่เขารัก
4. ความยุติธรรมที่ "หวัง" ว่าจะมีจริง
ในโลกความเป็นจริง เราเห็นบ่อยไปที่คนทำชั่วแต่ได้ดี หรือคนทำดีแต่ลำบาก
ตรรกะปัจจุบัน: อาจจะบอกว่า "โลกมันก็เฮงซวยแบบนี้แหละ"
ศาสนา: จะบอกว่า "รอชาติหน้า" หรือ "นรกมีจริง"
มันเป็นกลไกที่ช่วยให้คนที่ถูกกระทำรู้สึกว่า "ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นในที่สุด" แม้มันจะไม่เกิดในตอนนี้ก็ตาม
มุมมองที่น่าสนใจ: "ศรัทธา" กับ "งมงาย"
ขีดเส้นใต้ตรงนี้เลยครับว่ามันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่:
งมงาย: คือการเชื่อโดยปฏิเสธความจริงตรงหน้า หรือยอมสูญเสียทรัพยากร (เงิน/เวลา) จนเดือดร้อนเพียงเพื่อสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้
ศรัทธาที่มีสติ: คือการใช้ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้เป็นคนดี แต่ยังอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลในปัจจุบันแบบที่คุณว่า
สรุปสั้นๆ: มนุษย์เป็นสัตว์ที่ใช้อารมณ์นำเหตุผลในหลายๆ ครั้งครับ ศาสนาจึงทำหน้าที่ตอบสนอง "อารมณ์" (ความกลัว ความหวัง ความอุ่นใจ) ที่ตรรกะเพียวๆ บางทีมันตอบโจทย์ได้ไม่สุด
คุณคิดว่าถ้าวันหนึ่งวิทยาศาสตร์สามารถตอบคำถามเรื่อง "ความตาย" หรือ "ความยุติธรรม" ได้สมบูรณ์แบบ คนจะยังต้องการศาสนาอยู่ไหมครับ? หรืออยากให้ผมลองวิเคราะห์เจาะลึกพฤติกรรม "การทำบุญเพื่อหวังผล" ในเชิงจิตวิทยาดูไหม?







