วันนี้เราจะมานำเสนอคำว่า สากกะเบือ มันมีที่มาที่ไปอย่างไร และมีต้นกำเนิดของคำคำนี้มาจากอะไร หรือว่ามีตำนาน ประวัติ ความเป็นมาอย่างไร เราได้หาข้อมูลและรวบรวมจากหลายๆที่ เพื่อจะมานำเสนอ หวังว่าคงจะมีสาระ มากพอสมควร
ต้นกำเนิดของคำว่า "สากกระเบือ"
คำว่า "สากกระเบือ" (หรือที่มักออกเสียงและเขียนว่า สากกะเบือ) เป็นคำประสมที่ใช้เรียกไม้ตำที่ใช้คู่กับครกดินเผา โดยมีที่มาและข้อสันนิษฐานทางนิรุกติศาสตร์เกี่ยวกับอาหารการกินของคนไทยในสมัยก่อน ดังนี้
ความหมายของ "สาก"เป็นคำนาม หมายถึง อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นท่อนกลมยาว ใช้สำหรับตำ กระทุ้ง หรือโขลกสิ่งของให้แหลก
ความเกี่ยวข้องกับ "ข้าวเบือ" ข้อสันนิษฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ คำว่า "กระเบือ" หรือ "กะเบือ" มีรากศัพท์มาจากคำว่า "เบือ"ซึ่งเชื่อมโยงกับอาหารไทยที่เรียกว่า "ข้าวเบือ" (ข้าวสารหรือข้าวเหนียวที่นำไปแช่น้ำให้นิ่ม แล้วนำมาโขลกให้ละเอียดเพื่อใช้ผสมในแกงต่างๆ เช่น แกงอ่อม แกงเปรอะ หรือแกงหน่อไม้ เพื่อทำให้น้ำแกงมีความเหนียวข้น)
การกร่อนเสียงและเติมคำ อุปกรณ์ที่ใช้ตำข้าวเบือ เครื่องแกง หรือน้ำพริก จึงถูกเรียกว่า "สากตำเบือ" หรือ "สากเบือ" จากนั้นเมื่อผ่านกาลเวลา คนไทยมักมีนิสัยการออกเสียงโดยเติมคำนำหน้า (Prefix) อย่าง "กะ" หรือ "กระ" เข้าไปเพื่อความลื่นไหลของพยางค์ จึงเพี้ยนและกลายมาเป็นคำว่า "สากกะเบือ" หรือ "สากกระเบือ"ในปัจจุบัน
เหตุผลที่ต้องมีคำสร้อยต่อท้าย "สาก"
ในวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทย มีการใช้สากและครกหลายประเภทตามจุดประสงค์การใช้งาน การมีคำต่อท้ายจึงช่วยระบุประเภทและคู่ของครกให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้หยิบผิดและทำให้เครื่องใช้เสียหาย ได้แก่:
สากกระเบือทำจากไม้เนื้อแข็ง มีน้ำหนักพอดีมือ ใช้โขลกเครื่องแกง น้ำพริก หรือข้าวเบือ โดยจะต้องใช้คู่กับ ครกดินเผา (เนื่องจากหากใช้ไม้ที่หนักเกินไปหรือใช้หิน ครกดินจะแตก)
สากหิน: ทำจากหินทรายหรือหินแกรนิต มีน้ำหนักมาก ใช้คู่กับ ครกหิน สำหรับตำของที่แข็งให้แหลกละเอียด
สากมือ / สากตำข้าว: เป็นสากไม้ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้สองมือจับ หรือใช้กับกระเดื่อง ใช้คู่กับ ครกไม้กระเดื่อง สำหรับตำข้าวเปลือกให้กลายเป็นข้าวสาร
ดังนั้น "สากกระเบือ" จึงไม่ใช่คำที่มาจากสัตว์อย่าง "กระบือ" (ควาย) แต่เป็นชื่อที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาการทำอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวไทยแต่โบราณนั่นเอง
สุด ท้าย นี้ หวัง ว่า เพื่อน ๆ คง จะ ได้ สาระและความรู้นะครับ...

